แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - admin

หน้า: 1 [2] 3
16
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=MNEIByUh_zw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=MNEIByUh_zw</a>

17
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Pg7nidBpm5A" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Pg7nidBpm5A</a>

18
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=mALNyHFqw14" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=mALNyHFqw14</a>

19
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=7rfGEtALHYs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=7rfGEtALHYs</a>

21
วีธีการเลือกซื้อนกกระตั้ว


         กระตั้วเป็นนกต้องการดูแลความดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี การที่จะเลี้ยงนกกระตั้วเราต้องใช้เวลาทั้งหมดดูแลในแต่ละวันประมาณครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชม. อย่างต่ำที่จะให้เวลาเค้า ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารหรือการทำความสะอาดภาชนะใส่อาหาร และกรงของเค้า รวมถึงการปัดฝุ่นขนของนกกระตั้ว

          นอกจากนั้นแล้วเสียงร้องของนกกระตั้วที่ดังมากซึ่งสามารถนำมาซึ่งความยุ่งยากให้แก่เจ้าของได้ไม่ว่าจะเป็นการรบกวนคนในบ้านเราที่อาศัยร่วมกัน หรือข้างบ้าน ซึ่งเสียงร้องของนกกระตั่วนั้นสามารถไปรบกวนได้ ยิ่งถ้าพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ หรือคอนโด ควรดูกฏการเลี้ยงสัตว์ของคอนโดหรือในอพาร์ตเมนต์ให้ดีๆ ว่าเค้าอนุญาติให้เราเลี้ยงได้ไหม หรือควรปรึกษาเพื่อนบ้านก่อนที่จะนำนกกระตั้วมาเลี้ยง เพราะนกกระตั้วบางตัวชอบส่งเสียงร้องในเวลากลางคืนด้วย

         ราคาของลูกนกกระตั้วนั้นจะอยู่ราวๆประมาณ 15,000 ขึ้นไป รวมไปถึงค่าอาหารและค่ายา ตลอดจนอุปกรณ์ที่กรง คอนและอื่นๆ ถ้าแนะนำไม่ควรจะซื้อลูกนกกระตั้ว ที่ยังไม่เจริญเติบโตที่มาเลี้ยงเอง นอกเสียจากว่าจะมีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกนกมาก่อน เพราะป้อนลูกนกกระตั้วไม่เป็นอาจเกิดอันตรายต่อลูกนกกระตั้วได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ป้อนไม่ละลาย หรือไม่อุ่น หรือสลิ้งติดคอ

         ควรเลือกซื้อนกกระตั้วจากร้านขายสัตว์เลี้ยงหรือฟาร์มผู้เพาะพันธุ์ ควรหาซื้อนกกระตั้วจากร้านหรือฟาร์มผู้เพาะพันธุ์ที่เชื่อถือได้ถ้าจะซื้อในเว็บไซต์ควรตรวจเช็ครายละเอียดของผู้ขายให้ดี ไม่ควรโอนเงินไปโดยไม่ศึกษาคนขายให้ละเอียด เพราะถ้าซื้อกับร้านขายที่น่าเชื่อถือถือฟาร์มที่น่าเชื่อถือจะทำให้ได้ลูกนกที่มีสุขภาพดีและจะได้รับคำแนะนำที่ดีในการเลี้ยงดูลูกนกด้วย

การเลือกนกกระตั้วที่มีสุขภาพดี


          ดูกรงที่เลี้ยง สภาพกรงหรือสถานที่เลี้ยงนก เช่น ถ้วยใส่อาหารที่บูดเน่า น้ำที่ให้นกสกปรก จะบ่งบอกให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่ของคนขายนก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อารมณ์ ตลอดจนอุปนิสัยของลูกนกกระตั้วได้

          ดูรูปร่างนก ผู้เลือกซื้อสามารถสังเกตนกกระตั้วได้จากขนที่ขึ้นแล้วของนกว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างไร จะต้องมีขนค่อนข้างสะอาด มีผงแป้งเกาะอยู่ที่ขน โพรงจมูกต้องแห้งและสะอาด หากขนของนกยังไม่ขึ้น ให้สังเกตเดือยแหลมของนก นอกจากนี้สามารถสังเกตได้จากตาและจงอยปากของลูกนก โดยตาต้องกลมโตและตาต้องไปแฉะและไม่มีรอยฉีกขาดและมีสีดำ ส่วนจงอยปากนั้นต้องนิ่มและมีความยืดหยุ่น นกที่มีอาการเจ็บป่วยสามารถสังเกตได้ง่าย โดยนกมีอาการง่วงซึม หลับตลอดเวลาด้วยการยืนสองขา ซึ่งนกสุขภาพดีจะยืนขาเดียวในขณะนอนหลับ

          ดูขี้นก นกกระตั้วที่มีสุขภาพดีนั้นจะต้องถ่ายออกมาเป็นสีเขียวและสีขาว ถ้าขี้นกมีลักษณะเป็นเหลวๆและมีสีแตกต่างกันหรือขี้ออกเป็นเลือด แสดงนกกระตั้วตัวนั้นมีอาการไม่ปกติอาจเป็นเพราะนกป่วย

การดูแลนกกระตั้ว


            อาบน้ำ ในกรงต้องมีอ่างน้ำ หรือจะต้องมีการอาบน้ำให้นกกระตั้วอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้นกกระตั้วได้กำจัดผงแป้งที่เกาะอยู่ตามขน การอาบน้ำนั้นจะทำให้นกมีความสุข นกจะแสดงออกโดยการส่งเสียงร้องและกางปีกออกเพื่อจะได้เข้าใกล้ละอองน้ำ และควรทำในตอนเช้าเพื่อขนของนกจะได้แห้งเร็วขึ้น เมื่ออาบเสร็จควรเอาไปยืนคอนอาบแดด

            ควรล้างภาชนะใส่อาหารและน้ำ ด้วยน้ำร้อน ดูดฝุ่น เศษดิน และผงแป้งที่นกผลิตออกมาทุกวัน

            ทำความสะอาดถาดรองและเปลี่ยนกระดาษหนังสือพิมพ์เมื่อเห็นสมควรอาจจะ 2 วันครั้งหรือ 4 วันครั้ง แล้วแต่เห็นสมควร

              ควรขัดล้างกรงทุกๆเดือน

22
การเลี้ยงนกให้ถกต้องนั้นต้องทำอย่างไร

           นกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ต้องดูแลเหมือนสัตว์อื่นๆด้วยเช่นดันค่ะ นำไปสู่ความคิดที่ว่า การเลี้ยงนกนั้นง่ายหรือว่ายากกันแน่ ฉะนั้นเวลาที่จะเลี้ยงนกเป็นครั้งแรกก็ต้องคิดให้ดีๆด้วยเหมือนกันค่ะ หากได้นกที่มีราคาที่สูงและยังหายาก ก็อาจจะทำให้พลาดหากดูแลไม่ดีได้ค่ะ ทำให้ผู้ที่เคยเลี้ยงนั้นกลัวไปอีกนานเหมือนกันค่ะ


1.   นกในกลุ่มนกฟินซ์

           บางคนที่เป็นคนที่ชอบเลี้ยงนก อาจจะสนใจในนกที่มีอะไรมากมายและพิเศษ และที่สำคัญคือสถานที่ที่ใช้เลี้ยงค่ะ อาจจะมีเสียงเล็กๆที่มารบกวนให้ไม่ค่อยสบายหู ที่หลายๆคนเรียกนกตัวนี้ว่านกฟินซ์
นกฟินซ์ เป็นชื่อที่ใช้เรียกนกโดยรวมที่มีตัวเล็กๆ และมีลักษณะการอยู่ร่วมกันเป็นฝูง ซึ่งกินพวกเมล็ดพืชและพวกแมลงที่มีขนาดเล็กๆเช่นกัน ใช้เป็นอาหารหลักๆ นกฟินซ์นั้นมีคนหลายคนบอกมาว่าเลี้ยงได้ง่ายมากมีความอดทนที่สูง และยังสามารถที่จะผสมพันธ์ได้ง่ายๆ เริ่มมาจากนกฟินซ์กะทิหรือเรียกอีกชื่อที่เป็นทางการก็คือ เบงกาลีสฟินซ์ นกฟินซ์นี้นั้นได้เคยเป็นนกที่มีผู้อยากเลี้ยงมากซึ่งมีราคาที่แพง ซึ่งมันมีหน้าที่เพาะไข่และเป็นหูเป็นตาที่ดีค่ะ วิธีเลี้ยงก็ง่ายๆ ปล่อยตามธรรมชาติหรืออยู่ในกรงคอยเอาอาหารให้และอากาศต้องเหมาะสมด้วย

2.   นกในกลุ่มนกอื่น ๆ

           นกในกลุ่มนกอื่น ๆ เป็นนกที่ไม่ชอบเข้ากลุ่มเหมือนกับที่พูดมาเมื่อครู่ รวมไปถึงนกร้องบางส่วน อย่างเช่น นกเขา นกปรอทจุก ฯลฯ นกพวกนี้ไม่น่าจะมีคนนิยมเลี้ยง การดูแลง่ายกว่านกอื่นๆ เพราะนกพวกนี้สามารถที่จะปรับตัวได้ง่าย กินพวกแมลงทั่วไป

23
นกขุนแผน (Oriental Magpie Robin)


เป็นนกที่มีความสวยงามมาก แต่กลับไม่น่าเชื่อว่าอยู่กลุ่มเดียวกับจำพวกนกอย่างอีกา (ซึ่งมีสีที่สวยต่างกันไปคนละแบบกันเลยค่ะ)         
          มีชื่อสามัญจาก Common ค่ะ นั่นคือ นกกางเขน และนกสาลิกาปากดำ ซึ่งชื่อนนี้ใช้ในการเรียกอีกาในขนาดย่อมๆนั่นเองค่ะ  มีหางยาวเป็นเอกลักษณ์ค่ะ และที่สำคัตัวไม่ได้สีดำและขาวเหมือนนกสาลิกาปากดำนะคะ เป็นนกที่มีสีสันสวยงามคละกันไปค่ะ และยิ่งถ้าหากเป็นนกสาลิกาเขียวและนกขุนแผนละก็สวยงามสะดุดตาและเด่นกวาใครได้อีก

          คำว่านกขุนแผนนั้นใช้เรียกได้กับนกที่มี 2 กลุ่มค่ะ และยังมีหน้าตาที่ไม่สามารถคล้ายกันได้เลย ทำไปเพื่อไม่ให้สับสนมากมาย และในบางตำรานั้นยังใช้ชื่อที่ยาวมากอย่าง นกขุนช้างขุนแผน ถึงแม้จะมีชื่อที่เรียกกันอีกชื่อว่า นกสาลิกาดง แต่อย่างว่าค่ะ ชื่อนนี้ไม่เหาะสมเท่าไรนัก เพราะนกนี้นั้นจะอยู่ตามป่าที่โล่งๆ แต่นก 2 ชนิดนนี้นั้นกลับพบเจอในป่าลึกที่เรียกว่าป่าดงดิบค่ะ

          ลักษณะของนกขุนแผนนั้นจะมีแตกต่างกันไปมากมายค่ะเช่นจะมีปากแดงตามชื่อนั่นเองค่ะ และมีหัวสีดำ มีท้ายทอยสีฟ้า และขาสีแดง และหางนั้นเด่นสุดๆค่ะ เพราะยาวมากกว่าลำตัว ตรงปลายขนของปีมีสีขวาหรือดำ สีของนกพวกนนี้อาจจะทำให้สักเกตุยากวว่าเป็นนกพวกเดียวกับอีกา เห็นแบบนี้แล้วน่าเลี้ยงมากเลยใช่ไหมคะ ค่อนอกจากนนี้หากเลี้ยงแล้วก็อย่าลืมที่จะดูแลเค้าให้ดีๆด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายจะยิ่งแย่ลงไปอีก ทางที่ดีอย่าลืมให้อาหารนะคะเดี๋ยวจะตายเอาได้ง่ายๆค่ะ

24
นกกรงหัวจุก


          ชื่อนกมีชื่อว่านกปรอดหัวโขนค่ะ หรือที่บ้านนั้นนั้นเรียกว่านกปรอดหัวจุกนั่นเอง หลายๆคนอาจจะเรียกเค้าว่านกกรงหัวจุก มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Red-whiskered bulbul และมีชื่อทางด้าววิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus jocosus โดยนกพวกนี้อาศัยในที่รวมๆกันและเป็นประเภทเดียวกัน Pycnonotidae ซึ่งทั้งนี้มีด้วยกันทั้งหมดทั้งมวลมี109 ชนิดเลยทีเดียวค่ะ และประเทศเกิดเราเองนั้นพบประมาณ 36 ชนิดค่ะ

          นกเจ้าพวกนี้เป็นนกที่มีขนาดตัวเล็กเล็กๆ ขนาดที่โตเต็มที่ก็ไม่ใหญ่มากประมาณ 20 เซนติเมตรค่ะ และยังร้องได้ไพเราะเสนาะหูและมีสีสันที่สวยสะดุดตาอีกด้วย ที่คอไปถึงแก้มนั้นจะมีสีขาวๆ และอาจจะมีสีแดงบ้างเป็นเส้นหูลงเลยจนมาถึงอก เหมือนๆกับการแบ่งสีขาวและดำที่มีอยู่ ส่วนหัวละตัวนั้นจะมีสีอยู่รวมกัน เป็นคล้ายๆกับหน่อที่มันตั้งอยู่ที่หัวแล้วก็สูงขึ้นไปอีกจะว่าไปก็เหมือนกับหัวโขนค่ะ ซึ่งจุดนี้นั้นเป็นที่มาของชื่อของเค้านั่นเองค่ะ ส่วนที่ใต้ท้องนั้นจะมีสีขาวๆ นกจำพวกนี้จะอยู่ที่เอเชีย อย่าง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงไปเหนือและเอเชียตะวันออกค่ะ

นกนั้นสามารถพบเจอได้บนภูเขาสูง ป่าที่ราบและชายทุ่งหญ้าและเขตที่มีคนน้อยๆอยู่บ้างค่ะ
          นกประเภทนี้สวย หากใครได้พบเจออาจจะชอบได้ นกจะมีขนที่โผล่มาบนหัวด้วย น่าไปถ่ายรูปเล่นเวลาเจอเลยทีเดียวค่ะ แต่อย่างว่าปล่อยเค้าให้อยู่กับธรรมชาติก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะว่าเรานั้นว่างๆก็ไปเที่ยวไปชมเอาใหม่ได้เหมือนกัน

25
นกสายพันธุ์ที่สวยอันดับต้นๆของโลก


1.   คือนกคิงส์ ออฟ แซกโซนี

        นกพันธ์นี้เป็นนกที่มีความสวยงามเป็นอันดับ 1 ของโลกเลยล่ะค่ะ มีลักษณะเหนือดวงตานั้นใสและกลมๆ และมีก้านยาวๆที่มีสีขาวโผล่ออกมาจากหลังซึ่งเป็นขนเล็กๆ มีอยู่รอบๆเปรียบเหมือนกับรุ่งเลย มีขนาดยาวประมาณ 50 เชนติเมตรค่ะ และมีขนาดยาวมากกว่าตัว 1 เท่าเลยนะคะ เราจะสามารถพบและเห็นนกชนิดนนี้ได้ตามป่าและเขาอยู่ในประเทศปาปัวนิวกินีนั่นเองค่ะ และเป็นที่เดียวที่สามารถเห็นได้


2.   คือนกอัมเบลลาเบิร์ด

        หรือเรียกกันเราสามารถเรียกอีกชื่อได้ว่านกหงอนร่มเหนียงยาวค่ะ ซึ่งมีแผงอกที่เกิดใกล้กับจงอย และบนปากนั้นมีขนสีดำที่ปากสั้นๆไม่ยาว และยื่นออก เพื่อที่จะขับเสียงออกมาให้ดังนั้นเองค่ะ ในเรื่องผสมพันธ์นั้นใช้บ่อยเพราะเรียกร้องความสนใจ เป็นนกที่สามารถพอเจอได้ในป่อเขาที่อยู่เหนือจากน้ำทะเลประมาณ 80 - 1,800 เมตร นกชนิดนี้มีลำตัวที่ใหญ่และเด่นเพื่อใช้ในการล่าค่ะ ทำให้ในปัจจุบันนี้จำนวนลดลงเรื่อยๆ ตอนนี้เป็นสัตว์สงวนค่ะ

26
ลักษณะโครงสร้างของนก


โดยลักษณะทั่วไปที่สามารถพบเห็นได้บ่อยๆของนก
      นกที่เราเห็นนั้นเป็น 1 ในสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังค่ะ มีขนาดตั้งแต่เล็กๆเท่าแมลง ถึงหลายเมตรแบบตัวใหญ่ๆ นกเหล่านี้มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปเยอะแยะ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามทั้งหมดของนกนั้นมีรูปร่างที่เหมือนกันค่ะ

1.   การจำแนกนกชนิดต่างๆของนก

สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการดูนกก็คือการจำแนก เพราะนั้นจะทำให้เรารู้ว่านกที่เราดูนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้าง และมีการกระทำอย่างไร และคงจะไม่สนุกแน่ หากเรานั้นไม่สามารถที่จะจำแนกพวกนกได้ ประสบการณ์นั้นสำคัญมากในการจำแนกในความแม่นยำ ซึ่งในการดูนั้นก็เกิดจากความพยายาม

     1.1  ลักษณะ รูปร่างและขนาดในการจำแนก
           ก่อนอื่นเลยค่ะเราต้องดูก่อนว่านกนั้นมีขนาดเท่าไหร โดยการเอามาดูหรือเปรียบเทียบกับนกชนิดต่างๆที่เรานั้นรู้จักอยู่แล้ว เพื่อนำมาประมาณกับนกที่เรานั้นพบเจอแบบคร่าวๆนั่นเองค่ะ
      1.2  ลักษณะหางของนกในการจำแนก
           รู้หรือเปล่าคะว่าลักษณะของหางนั้นช่วยจำแนกนกได้ค่ะ อย่างเช่น มีหางที่สั้นหรือหางที่ยาว เว้านั้นเป็นอย่างไรแบบแฉกหรือแบบตัดตรง มีขนเป็นแบบไหน ยาวหรือไม่อย่างไร ปีกนั้นเป็นยังไงกว้างหรือยาว ส่วนปลายของปีกนั้นเป็นยังไงกลมหรือไม่กลม
       1.3 ปากของนกนั้นมีลักษณะการจำแนกอย่างไร
           ปากนกนั้นก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เรานั้นรู้ได้ว่านกตัวนี้เป็นนกอะไร ประเภทไหน ชื่อว่าอย่างไร ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญค่ะ

27
ข่าวประชาสัมพันธ์ / นกแก้วพูดได้
« เมื่อ: 04/เม.ย./2014 04:02:40 »
นกแก้วพูดได้

         
          หลายๆคนคงเคยรู้จักกันมาแล้วนั่นคือนกแก้วที่พูดมากและเก่งแบบคนหากใครอยากเลี้ยงเราขอแนะนำ แอฟริกันเกรย์ ซึ่งเป็นนกที่มีความฉลาดและไอคิวที่สูงมากมายเลยค่ะนกแก้วนั้นมีความสามารถพิเศษที่มีมากกว่านกหลายๆสายพันธ์อื่นค่ะเพราะนกแก้วนั้นสามารถลอกเลียนแบบหรือพูดเหมือนคนได้คนเลี้ยงก็สามารถที่จะสอนนกแก้วนั่นร้องไปที่ตัวเองชอบได้เลยค่ะแต่ละตัวนั้นจะมีความสามารถหรือความฉลาดมากน้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ดูแลนกแก้วว่าสามารถเอาใจใส่และป้อนความฉลาดให้นกแก้วมากเพียงใดค่ะ
มีนกแก้วตัวหนึ่งอยู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งนกแก้วตัวนี้นั้นสามารถที่จะร้องเพลงชาติของอเมริกาได้จบเพลงเลยค่ะซึ่งเป็นการลอกเลียนเสียงตามที่ตัวเองนั้นได้ยินมาอย่างเช่น เสียงที่ออกมาจากคนเรา เสียงที่หมานั้นเห่า เสียงที่ไก่นั้นขัน และรวมแม้กรัทั่งเสียงจากแตรรถก็ได้ค่ะฉะนั้นการที่เราจะฝึกนกนี้นั้นเราก็ควรที่จะพูดอะไรก็ได้ที่ซ้ำหรือว่าจะเปิดเพลงให้นกฟังก็ได้ค่ะ เปิดไปเรื่อยๆ ทำไปเรื่อยๆและสิ่งนี้นั้นเองที่เป็นจุดที่เด่นที่สุกของนกแอฟริกันเกรย์ และนั่นมีคนไทยที่นิยมเลี้ยงกันเป็นอันดับต้นๆเลยล่ะจ้า

          หากมีใครที่ได้ไปที่ ฟาร์ม ควรที่จะไปทำความรู้จักกับที่เป็นของนกแอฟริกันเกรย์ มีความสามารถจะพูดได้แสนจะคล่องตัวค่ะเจ้าของนั้นสามารถพูดกับนกได้รู้เรื่องเป็นกนกที่มีความฉลาดมากๆ นั่นคือนกแก้วนั่นเองค่ะ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=nbrTOcUnjNY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=nbrTOcUnjNY</a>

          เจ้านกแก้วที่มีชื่อว่าซุสนั้นจะมีลักษณะที่เป็นธรรมชาติคือตัวสีเทาและมีหากที่เป็นสีแดงๆและอาจจะมีสีที่ไม่เหมือนหรือที่แตกต่างออกไปก็เพราะยีนส์ อย่างเช่น นกของแอฟริกันเกรย์ที่มีลักษณะเป็นสีขาวเผือก และมีราคาที่สูงมากถึง 25 – 30 เท่าเลยล่ะค่ะเพราะอาจจะหายากมากๆอาจจะเพราะมีความที่จะเป็นไปได้นั้นน้อยมากเหมือนกันค่ะ

28

          หากนกกระตั้วใช้จะงอยปากจิกที่แขนของคุณ  จะทำให้เกิดรอยมากถึง 3 รอยในครั้งเดียว ซึ่ง 2 จุดแรกเกิดจากจะงอยปากล่าง และจะงอยปากบนอีก 1 จุด และนกกระตั้วยังมีแรงกัดมากๆด้วย ถ้าพูดถึงนกแก้ว นกแก้วจะใช้จะงอยปากเหมือนกันนกกระตั้ว แต่จะซุกซนน้อยกว่า ปากของนกกระตั้วนั้นแข็งแรงมาก สามารถกัดจานพลาสติกได้และยังสามารถทำให้ราวเกาะหักเป็นท่อนๆ ขาดออกจากกันได้อีก  ถือเป็นนกที่มีปากแข็งแรงมาก นอกจากนี้ยังสามารถ งอ กรงของมันได้อีก และสามารถเปิดกรงเองได้ ดังนั้นกรงที่ใช่ขังนกกระตั้วนั้นต้องแข็งแรงจริงๆ และมีความปลอดภัย การเลือกข้อกรงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้นจึงต้องเลือกให้ดีๆ ประตูกรงที่สามารถเลื่อนขึ้น ลง ได้ แนะนำให้อย่าใช้นะคะ เดี๋ยวนกจะเปิดเองได้  และประตูกรงอาจจะเลื่อนลงมากระแทกทำให้หัสข้อนกกระตั้วเกิดอันตรายได้

          นอกจากความแข็งแรงของนกกระตั้วยังมีความฉลาดและคล่องแคล่วมาก ดังนั้นกรงทั่วๆไปที่วางขายตามท้องตลาดจึงไม่น่าใช้เท่าไหร่ เพราะมันต้องแข็งแรงกว่านั้น  ควรเพิ่มอุปกรณ์พิเศษลงไปด้วย เช่น คลิปสปริง เพื่อให้นกไม่หนีออกจากกรงเมื่อเราไม่อยู่บ้านค่ะ

29

          ซันคอนัวร์ Sun conure เป็นนกปากขอขนาดกลาง มีความยางจากหัวไปถึงหางประมาณ 30 เซ็นติเมตร น้ำหนักประมาณ 100-120 กรัม มีถิ่นกำเหนิดแถบอเมริกากลาง และอเมริกาไต้ พบมากในป่าของประเทศกิอานาและบางส่วนของประเทศบาซิลทั้งนี้ คำว่า conure (คอนัวร์) มาจากคำว่า Conurus (คอนูรัส) นกคอนัวร์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aratinga (อาราทิงก้า) นกคอนัวร์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Aratinga และ Pyrrhura

          Aratinga จะมีสีสันสดใส เช่น สีเขียว สีแดง ที่ดูมีชีวิตชีวา ได้แก่ สายพันธุ์ ซันคอนัวร์(Sun conure) บลูคราวน์(Blue-crowned conure) เจนเดย์(Jenday conure)

          Pyrrhura จะมีสีสันที่เข้มขึ้น เช่น สีเขียวแก่ น้ำตาลเข้ม และ Aratinga จะไม่มีสีอ่อน ๆ ที่ขึ้นอยู่ตามอกหรือคอ และแก้มอย่าง Pyrrhura ได้แก่ สายพันธุ์ แบล็คแค็พ (Black-capped conure) เพ้นท์เท็ด (Painted conure)


          ซันคอนัวส์ เป็นนกที่มีนิสัยขี้เล่น ซุกซน และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นนกที่เข้ากับคนได้ดี สามารถนำมาฝึกให้เชื่องได้โดยเฉพาะถ้าเริ่มเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ เป็นนกที่เข้าใจภาษาคนได้ดี เสียงร้องค่อนข้างดังและต่อเนื่อง
นิสัยเรียกร้องความสนใจ เมื่อ นกคอนัวร์ รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแล้วในตอนเช้าเมื่อคุณตื่นแล้วคุณอาจได้ยินเสียงพองขน เล่นของเล่น หรือเสียงบ่นเบาๆ มาจากกรงของเจ้าคอนัวร์

          การอาบน้ำ นกคอนัวร์ รักการอาบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ เราควรอาบให้นกตอนเช้าด้วยน้ำอุ่น เพื่อให้ขนแห้งได้ทันเวลาที่นกจะเข้านอน

          การขบฟัน นกคอนัวร์ จะขบฟันช่วงที่มันใกล้จะหลับ การขบฟันในนกถือเป็นเรื่องธรรมชาติของนก

          การเช็ดปาก หลังมื้ออาหารทุกมื้อ นกคอนัวร์ จะเช็ดปากของมันกับคอนที่มันเกาะ หรือแขนเสื้อของคุณขณะที่มันเกาะอยู่

          กายกรรมแบบนก ๆ กิริยาที่ นกคอนัวร์ ทำคล้ายกับการบิดขี้เกียจ ยืดแข้งยืดขา ซึ่งถือเป็นปกติธรรมดาของนก

          การกัด เป็นการแสดงสัญชาตญาณการอยู่ร่วมกันของ นกคอนัวร์ ที่อาศัยอยู่ในป่า การกัดของมันตามลำพังแสดงว่ามันกำลังทดสอบสิ่งรอบ ๆ ตัวของมันอยู่

          การนอนกลางวัน การนอนกลางวันเป็นการงีบหลับ นกคอนัวร์ จะงีบหลับไปบ้าง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงส่อไปทางเจ็บป่วย ก็ไม่ต้องกังวลกับการงีบหลับของนก

          การเคี้ยว นกคอนัวร์ ชอบที่จะขบเคี้ยว กัดแทะ สิ่งต่างๆรอบตัวเสมอ ซึ่งผู้เลี้ยงต้องมีของเล่นให้นกได้เคี้ยวตลอดเวลา

          การจ้องมองของนก เมื่อ นกคอนัวร์ เห็นอะไรที่ทำให้เกิดความตื่นเต้นหรือสนใจ รูม่านตาของมันจะเบิกกว้างและหดตัวขึ้นและลง

          การพองขน เป็นการคลายความตึงเครียดของ นกคอนัวร์ แต่ถ้ามันพองขนตลอดเวลานั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนได้ว่านกกำลังเจ็บป่วย

          การไซร้ขนให้กันและกัน เป็นนิสัยของ นกคอนัวร์ ที่จะทำให้คู่ของมันหรือเพื่อนนกที่สนิทกันเท่านั้น

          การจับคู่ นกจะจับคู่กันไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือไม่ มันจะไซร้ขนให้กัน เลียนแบบท่าทางของคู่มันตลอดเวลา

          ความรู้สึกเป็นเจ้าของ จะแสดงออกถึงการหวงเจ้าของมัน มันมักจะกัด และ ขู่ตัวอื่น

          การไซร้ขน เป็นกิจวัตรประจำของมันซึ่งจะทำร่วมกับการพองขน และมีการจิกขนตัวเองในช่วงนี้สำหรับฤดูผลัดขน

          การสำรอกอาหาร กิริยาของนกที่จ้องบางอย่างแล้วขณะเดียวกันก็ผงกหัวด้วย นั้นคือมันจะสำรอกอาหารให้กับคู่หรือลูกของมัน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรักอันยิ่งใหญ่

          การยืนพักขาเดียว การที่นกยืนขาเดียวถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าคุณเห็นนกยืน 2 ขา ตลอดเวลา คุณควรจะนำนกไปหาสัตวแพทย์เพราะอาการดังกล่าวเป็นสัญญาณของสุขภาพที่ไม่แข็งแรง

          การกรีดร้อง นกคอนัวร์ จัดว่าเป็นนกที่มีเสียงดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนกรู้สึกว่ามันถูกทอดทิ้งและเจ้าของไม่มีเวลาให้นกจะยิ่งส่งเสียงร้อง บางครั้ง นกคอนัวร์ ก็ถือเป็นนกขี้เหงาและต้องการให้เจ้าของให้ความมั่นใจกับมันว่ามันไม่ได้อยู่ตัวเดียว นกคอนัวร์จะร้องส่งเสียงเพื่อที่จะดูว่าคนในบ้านไปไหนกันหมดทิ้งมันไว้ตัวเดียวหรือเปล่า เจ้าของสามารถให้ความมั่นใจกับนกได้โดยการขานรับ บางขณะนกจะร้องเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างในสภาพแวดล้อมทำให้มันตกใจกลัว ในกรณีนี้คุณจำเป็นต้องใช้เวลากับนกและลดความกลัวในตัวนกลง นกจะส่งเสียงกรีดร้องตามสัญชาติญาณเพื่อปกป้องฝูงของมันด้วย เมื่อนกรู้สึกเหนื่อยจะมีอาการหงุดหงิด และบางครั้งจะส่งเสียงร้องกรณีนี้เราควรจะคลุมกรงของมัน เพื่อให้มันสงบลงและปรับตัวเพื่อจะเข้านอนเร็วขึ้น


          การนอน นกคอนัวร์ มักจะชอบมุดไปขดตัวนอนอยู่ใต้ผ้าหรือเศษไม้ที่เราใส่ไว้ในกล่องนอน และบางครั้งมันก็จะนอนหงายหลับไปในถ้วยอาหาร เพื่อให้นกได้พักผ่อนอย่างสบาย ควรหาเศษผ้าหรือตุ๊กตานุ่ม ๆ มาใส่ไว้ให้นก การนอนหงายในลักษณะเท้าชี้ฟ้าถือเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับคอนัวร์และก็เป็นท่าที่แสนสบายสำหรับมันด้วย

          การจาม การจามในนกมาจากสองสาเหตุ สาเหตุแรกคือ การจามเพื่อให้จมูกโล่ง บางครั้งมันยังจะใช้นิ้วใส่เข้าไปในรูจมูก เพื่อให้เกิดอาการระคายเคืองและจามออกมา จามแบบที่สอง เนื่องมาจากนกเป็นหวัดในกรณีนี้การจามในแต่ละครั้งจะมีน้ำมูกและทำให้รูจมูกเปียก ถ้านกเป็นในกรณีที่สองนี้ควรนำนกเข้าพบสัตวแพทย์ทันที

          ความเครียด ความเครียดนกจะมีอาการตัวสั่น ท้องร่วงหายใจเร็วสั่นหางและปีก จิกขนตัวเอง นอนไม่หลับ และไม่เจริญอาหาร นกในตระกูลนกปากขอชอบที่จะมีกิจวัตรประจำวันและไม่ชอบการเปลื่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการเปลื่ยนแปลงในบรรยากาศรอบตัวหรือตารางเวลาของการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเปลื่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างควรจะพูดกับนกของคุณก่อนอาจจะฟังดูเหมือนบ้าแต่การกระทำดังกล่าวจะช่วยให้นกไม่เกิดความเครียดจนเกินไป


          การลิ้มลองของ นกคอนัวร์ จะสำรวจสิ่งรอบๆ ตัวด้วยปากมากพอ ๆ กับที่เราใช้มือ และไม่ต้องแปลกใจถ้านกของคุณจะใช้ปากและลิ้นกัดดูที่มือของคุณก่อนที่จะปีนขึ้นมาเกาะในครั้งแรก นกไม่ได้ตั้งใจที่จะกัดคุณแต่มันกำลังสำรวจ
การใช้เสียง นกในตระกูลนกปากขอ โดยส่วนใหญ่จะส่งเสียงร้องช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตกของทุก ๆ วัน
การหาว ผู้เชี่ยวชาญบางคนอาจเชื่อว่านกขาดออกซิเจนในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอีกคนกล่าวว่านกแค่หาวและบิดขี้เกียจ บริหารกล้ามเนื้อเท่านั้น ในกรณีที่คุณไม่เห็นว่านกมีท่าทางไม่สบาย (อาเจียน สำรอกอาหาร) คุณก็คงไม่ต้องเป็นห่วงจนเกินไป
ซันคอนัวร์ เมื่ออายุประมาณ 2 ปี่ ก็เข้าจะเริ่มสู่วัยเจริญพันธุ์ ออกไข่ครังละ 2-5 ฟอง สามารถให้ผลผลิตได้ปีละ 3-4 ครอก(บางคู่อาจได้ถึ 5 ครอก) ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 23-25 วัน การเลือกนกที่จะนำมาทำพ่อแม่พันธุ์ ต้องเลือกนกที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการตื่นตัวกับสิ่งเร้ารอบข้างอยู่ตลอดเวลา การแยกเพศของนกทำได้โดยการเจาเะเลือดเพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งให้ผลค่อนข้างแม่นยำ มีการผิดพลาดน้อยกว่าการดูจากลักษณะภายนอกและการจับตะเกียบ ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดค่อนข้างสูง

          สำหรับนกโตเต็มวัยควรได้รับอาหาร 3 ประเภทหลักๆ คือ ผัก และผลไม้ ถั่วต่าง ๆ และเมล็ดพืช ในอัตราส่วนใกล้เคียงกันเป็นประจำทุกวัน โดยถั่วที่ให้นกกินควรเป็นถั่วต้มสุก ร่วมกับการให้วิตามิน และแร่ธาตุสำหรับนก ไม่ควรให้นกกินเฉพาะเมล็ดพืช เนื่องจากนกจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนอาหารหลักที่ให้
สรุปอาหารซันคอนัวร์ คือเมล็ดธัญพืชชนิดต่างๆ เช่นเมล็ดทานตะวัน ข้าวโอ๊ด ข้าวไรน์ มิลเล็ต เมล็ดปอ ๆลๆ แล้วเสริมด้วยผลไม้หลากหลายชนิดผลัดเปลียนกันไปตามโอกาส เช่น ข้าวโพดสด ฝรั่ง แอปเป็ล แครอท กล้วยน้ำหว้าสุก ฯลฯ ที่ต้องให้เมล็ดธัญพื่ชและผลไม้หลายๆอย่าง เพราะจะทำให้นกได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย กระดองปลาหมึก เปลือกหอยป่น ก็นับเป็นสิ่งสำคัญ ควรนำมาให้นกได้จิกแทะกิน เพื่อเป็นการคลายเครียด และยังทำให้นกยังได้รับแร่ธาตุที่สำคัญอีกด้วย
กรงสำหรับเลี้ยงซันคอนัวร์เพื่อการเพาะพันธุ์ ควรมีความยาวของกรงประมาณ 120-150 เซนติเมตร ความกว้างและความสูงประมาณ 70-100 เซนติเมตร ต้องเป็นกรงที่มีความแข็งแรงพอประมาณ ขนาดของลวดที่ใช้ทำกรงต้องมีขนาดใหญ่(ขนาดลวดเบอร์ 13 เป็นอย่างน้อย) ขนาดความถี่ของซี่ลวดต้องมีความเหมาะสม คือถ้าเลี้ยงในโรงเรือนที่มีตาข่ายล้อมรอบ ก็สามารถใช้กรงที่มีซี่ห่างๆได้ เช่น 1*2 นี้ว หรือ 1*1.5 นิ้ว แต่ถ้าเป็นการเลี้ยงภายนอกโรงเรือน กรงที่ใช้เลี้ยงต้องสามารถป้องกันหนูและงูที่จะเข้าไปทำร้ายนกที่เราเลี้ยงได้ คือเราต้องใช้กรงที่มีซี่ลวดถี่ๆนั้นเอง และควรจะมีลิ้นชักสำหรับให้อาหารนกเพื่อป้องกันไม่ไห้นกหลุด หรือบินสวนออกมาในขณะที่เรากำลังให้อาหารด้วย


          กรงที่ใช้เลี้ยงควรติดตั้งคอนที่ทำด้วยไม้หรือวัสดุอื่นจำนวน 2 อัน ควรติดตั้งไว้ที่ระดับสูงบริเวณปากทางเข้ากล่องไข่ 1 อัน และไว้ที่ระดับต่ำ 1 อัน เพื่อให้นกสามารถกระโดดไปกระโดดมาได้อย่างสะดวก
การเลี้ยงนกที่จะนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เมล็ดธัญพืช ผักสด ผลไม้ วิตมิน และแร่ธาตุ ต้องจัดให้อย่างต่อเนื่องอย่าให้ขาด เพื่อให้นกมีความสมบูรณ์ แข็งแรงมากที่สุด เพื่อนำไปสู่การสร้างผลผลิตที่ดี
การเข้าคู่ของนกที่จะนำมาทำเป็นพ่อแม่พันธุ์ เราจะสังเกตุจากพฤติกรรมต่างๆของนก เช่นการป้อนปาก แต่งขนไซร์ขนให้กัน เริ่มเข้าออกกล่องไข่และคุ้ยกล่องใข่เพื่อตกแต่งแป็นรังไข่ แม่นกจะเริ่มออกไข่หลังจากได้รับการผสมพันธุ์ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ก่อนการออกไข่นกจะเริ่มมีอาการดุขึ้น แสดงอาการหวงกล่องไข่เมื่อเราเข้าใกล้ นกตัวเมียกินอาหารเก่งขึ้น ขนาดร่างกายดูอ้วนและสมบูรณ์ขึ้น ท้องจะห้อยหรือย้อยจนสังเกตุเห็นได้ชัด นกซันคอนัวร์จะออกไข่วันเว้นวัน จำนวนครอกละ 2-5 ฟอง ระยะเวลาการกกไข่ 23-25 วัน ลูกนกจึงจะเริ่มออกจากไข่ ช่วงระยะเวลาทีนกเริ่มออกไข่ กกไข่ และช่วงลูกนกออกจากไข่ใหม่ๆ ผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการเปิดกล่องไข่โดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ไห้พ่อแม่นกเกิดความหวาดระแวง หรือตื่นตกใจ จนนำไปสู่การเหยียบไข่ การทำลายไข่ หรือการทำร้ายลูกนกได้

          เมื่อลูกนกเกิด ควรปล่อยให้พ่อแม่นกเลี้ยงลูกนกไปสักระยะหนึ่งก่อน แต่จะนานแค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนของลูกนกที่เกิดมา และความเก่งหรือความขยันของพ่อแม่นกในการเลี้ยงดูลูกนก พ่อแม่นกแต่ละคู่จะเลี้ยงลูกนกไม่เหมือนกัน บางคู่เลี้ยงลูกได้ 4 ตัวสมบูรณ์ดีทั้ง 4 ตัว แต่บางคู่เลี้ยงลูกโตและสมบูรณ์แค่ 1 หรือ 2 ตัวแรก ตัวที่ 3-4 แคระแกรน และบางคู่ไม่ยอมเลี้ยงลูกเลยก้อมี สิ่งต่างเหล่านี้ผู้เลี้ยงจะต้องเอาใจใส่และจดจำให้ได้ว่านกของท่านเป็นอย่างไร และจะจัดการอย่างไรที่จะทำให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด แต่สำหรับผู้เขียนเอง จะปล่อยให้พ่อแม่นกเลี้ยงลูกตัวแรกประมาณ 7 วันจึงค่อยนำลูกตัวแรกหรือตัวที่โตสุดออกมาเลี้ยง(ป้อน)แทนพ่อแม่ จากนั้นอีก 3-4 วันจะเอาลูกนกตัวที 2 ออก และต่อจากเอาตัวที่สองออกได้ 3-4 วันจึงเอาตัวที่ 3 ออก ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดลูกนกในกล่องไข่ สาเหตุที่ต้องทำเช่นนั้นก็เพราะเหตุผล 3 ประการคือ

1. ป้องกันไม่ให้ลูกนกที่ตัวใหญ่เบียดทับลูกนกตัวเล็กๆ จนเกิดความเสียหาย
2. ไม่อยากให้พ่อแม่นกเลี้ยงลูกหลายตัวนานเกินไป จนเป็นเหตุให้พ่อแม่นกทรุดโทรม
3. พ่อแม่นกเลี้ยงลูกใช้ระยะเวลาน้อยเท่าไหร ก็จะสามารถให้ผลผลิตครั้งต่อไปเร็วขึ้น

          หลังจากที่เอาลูกนกออกจากกล่องไข่เพื่่อนำมาเลี้ยง(ป้อน)เอง จนหมดจากกล่องไข่แล้ว ผู้เลี้ยงต้องทำความสะอาดกล่องไข่ เปลี่ยนวัสดุรองรัง(ถ้าเป็นไปได้นำกล่องไข่ไปตากแดดด้วยก็ดี) ต่อจากนั้นก็ให้น้ำ ให้อาหาร ให้วิตมินและแร่ธาตุ และคอยดูแลเอาใจใส่นกของท่านอย่างสม่ำเสมอ อีกไม่นานนกของท่านก็จะออกไข่หรือให้ผลผลิตออกมาให้ท่านเชยชมอีกครั้ง

30

          นกหงส์หยก (Budgerigar) เป็นนกที่มีเหล่าเดิมอยู่ที่ทวีปออสเตรเลียโดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลียจะพบ เห็นนกพวกนี้อยู่กันเป็นฝูงใหญ่ ๆในแถบโซนร้อนของประเทศ ชาวออสเตรเลียเรียกนกหงส์หยก ว่า Budgie ( บั๊ดจี้ )ซึ่งเข้าใจว่าเป็นคำย่อมาจากคำว่า Budgerigar ( บั๊ดเจอริการ์ ) ที่เป็นภาษาพื้นเมืองของชาวออสเตรเลียนั่นเอง

           นกหงส์หยกเป็นนกที่อยู่ในป่าออสเตรเลีย เกาะกลุ่มอาศัยกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่มีสีเขียวอ่อน หรือ สีตองอ่อน มากกว่าสีอื่น ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มสีของนกดั้งเดิมต่อมาได้มีการผสมพันธุ์ได้สีอื่น ๆ แปลกตา เช่นกลุ่มสีฟ้า สีเทา สีม่วง ฯลฯ
นอกจากสีธรรมดาดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีอีก 3 ชนิดที่ควรทราบคือ

          โอแพล์ลิน (Opaline) ชนิดสีนี้มิได้กล่าวเจาะจงว่าเป็นสีใดโดยเฉพาะ แต่จะมีลักษณะเป็น ที่สังเกตุดังนี้ บนคอ ใต้คอ และตรงขอบปีกติดกับไหล่จะไม่มีลายหรือจุด และจะต้องมีสีเหมือนกับ สีของลำตัว สีพื้นของปีก(มีลาย) ก็มีสีประมาณเป็นสีเดียวกับลำตัวเช่นเดียวกัน (นกชนิดธรรมดา ตัวเขียวจะมีหัวเหลือง ใต้คอเหลือง มัจุด 6 จุด และพื้นปีกก็เป็นสีเหลือง)

          เผือก อัลบิโนส์ (Albinos) ลักษณะที่สังเกตคือ สีตลอดตัวจะประมาณได้เป็นสีเดียว เริ่ม ตั้งแต่ขาวปลอดทั้งตัวหรือมีสีค่อนไปทางสีฟ้า

          ลูติโนส์ (Lutinos) เป็นนกที่มีสีเหลืองปลอด หรือมีสีค่อนไปทางเขียวทั้ง 2 ชนิด คือขาว และเหลืองนี้ ลักษณะสำคัญที่เห็นได้ชัดคือต้องมี นัยน์ตาสีแดง


          นกหงส์หยกป่าจะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูที่มีเมล็ดหญ้าอาหารของมันขึ้นดกดื่น เมื่อฤดูผสมพันธุ์สิ้นสุดลงนกหงส์หยกจะบินมารวมกันเป็นฝูงใหญ่นับร้อยนับพัน ตัว แล้วเดินทางข้ามป่าหญ้าอันกว้างใหญ่ไปหากินยังแหล่งอื่นที่มีหญ้าอุดม สมบูรณ์ต่อไป
ประมาณปี ค.ศ. 1840 นกหงส์หยกป่าสีเขียวชุดแรกถูกนำไปเผยแพร่ในยุโรปรวมทั้งประเทศอังกฤษซึ้ง สมัยนั้นนกหงส์หยกสร้างความตื่นเต้นชื่นชอบในหมู่นักนิยมเลี้ยงนกชาวอังกฤษ เป็นอย่างมาก นกหงส์หยกที่ส่งไปขายที่อังกฤษถูกผสมพันธุ์แพร่หลายเป็นผลสำเร็จ และเผยแพร่ไปในประเทศยุโรปอื่น ๆ

          สำหรับประเทศไทยไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่านำเข้ามาปีไหน แต่เข้าใจว่าเป็นนกที่นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งบ้านเราแบ่งออกเป็น 2 พันธุ์ใหญ่ ๆ คือ พันธุ์อังกฤษ ( ตัวใหญ่ ) และพันธุ์ฮอลแลนด์ ( ตัวเล็ก )
ลักษณะทั่วไป


          นกหงส์หยก เป็นนกที่มีขนาดเล็ก มีลวดลาย และสีสันที่สวยงาม และสามารถแยกออกเป็นหลายพันธุ์ในตระกูลเดียวกัน นกหงษ์หยกเป็นนกที่ชอบแต่งตัวและรักสะอาด ชอบแต่งขนหน้ากระจก เราควรมีกระจกให้แก่นกด้วย โดยให้กระจกเหมาะสมกับจำนวนของนก บางครั้งเราควรที่ใช้ฟร็อคกี้ หรือ ที่ฉีด ฉีดน้ำให้เป็นฟอยๆกระจาย นกจะมาเล่นน้ำเพื่อทำความสะอาดขน และก็จะแต่งขน ซึ่งจะทำให้นกมีขนที่สวยงาม

การดูเพศนก

          การดูเพศของนกนั้นไม่ยากเลย สามารถที่จะสังเกตได้ ไม่ยาก โดยดูที่จมูกของนก ในนกตัวผู้เมื่อเจริญเต็มที่หรือพร้อมที่จะผสมพันธุ์ จมูกนกจะเป็นสีฟ้าเข้ม และในนกตัวเมียนั้นจมูกของนกเมื่อเจริญเต็มที่หรือพร้อมที่จะผสมพันธุ์ จมูกของนกจะมีสีออกเป็นสีเนื้อหรือสีน้ำตาลเข้ม สีดังกล่าวจะ เข้มขึ้นเรื่อยๆเมื่ออยู่ในระยะผสมพันธุ์

          นกหงษ์หยกจะจับคู่เมื่อมันพร้อมที่จะผสมพันธุ์ โดยสังเกตได้จาก นกอยู่กันเป็นคู่ ไซร้ขนให้กัน จะคอยป้อนอาหารให้กัน


การเลี้ยงดู

          นกหงส์หยกสามารถเลี้ยงดูได้ง่าย ส่วนมากนิยมเลี้ยงกันในกรงขนาดใหญ่พอที่ นกสามารถบินได้ และต้องมีขนาดให้พอเหมาะกับจำนวนของนกด้วย ตำแหน่งการตั้งกรงนั้นไม่ควร ตั้งไว้ในที่ๆมีอากาศร้อน หรือที่มีลมโกรกมาก ควรไว้ในที่ๆ มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก อาหารและน้ำของต้องมีให้นกกินทุกวัน และควรเปลี่ยนอาหารและน้ำทุกวัน เพราะถ้าไม่เปลี่ยนอาจเป็นแหล่งเพราะโรค ของนกได้

          โดยธรรมชาติ นกหงส์หยกจะอยู่รวมกันเป็นฝูง ฉะนั้นถ้าเลี้ยงรวมในกรงใหญ่ เครื่องเล่นต่างๆอาจ ไม่จำเป็น แต่ถ้าเลี้ยงเพียงตัวเดียวหรือคู่เดียว เครื่องเล่นต่างๆก็ไม่อาจมองข้าม นอกจากอุปกรณ์เช่น ถ้วย หรือจานสำหรับใส่อาหาร น้ำ ผัก ทราย ที่ทุกกรงจะขาดไม่ได้และควรมี  Clofood (อาหารที่มีส่วนผสมของขนมปัง ไข่ และธาตุที่มีประโยชน์อื่นๆ)


อาหารของนกหงส์หยก

          ข้าวฟ้าง คืออาหารหลักของนกหงษ์หยก ซื้อได้ตามร้านค้าทั้วไปปัจจุบันอยู่ที่ ราคาประมาณ ถุงละ 20 บาท เป็นเมล็ดพืชเมล็ดเล็กๆ ควรซื้อแบบที่แบ่งขายใส่ถุง มากกว่า เพราะจะทำให้อาหารดูสด และป้องกันฝุ่นได้

          เมล็ดกวด แคลเซียม(กระดองปลาหมึก) เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนกเลยทีเดียว จากประสบการณ์ของผู้เขียน คิดว่าสำคัญมากเพราะเมล็ดกวดหรือแคลเซียม(กระดองปลาหมึก)จะช่วยย่อยอาหาร ในลูกนกถ้าขาดของพวกนี้อาจจะมีอาการผิดปกติ ไม่แข็งแรง หรือตายได้ เมล็ดกรวด อาจจะนำมาจากทรายก็ได้แต่ควรล้างด้วยน้ำสะอาดเสียก่อน แคลเซียม(กระดองปลาหมึก) อาจจะหาซื้อได้ในร้านที่ขายนกร้านใหญ่ หรืออาจจะหาซื้อได้ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ราคาไม่หน้าแพงมาก ขายอยู่ที่ราคาประมาณ อันละ 5 บาทซึ่งมีขนาดใหญ่

          ผักใบเขียว เป็นตัวบำรุง นกที่สำคัญ เช่น กระหล่ำดอก คะน้า ผักกาดเขียว ผักบุ้ง เป็นต้น และต้องล้างให้สะอาดด้วยเพื่อป้องกันยาฆ่าแมลง

          น้ำ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่นกจะขาดไม่ได้เลย ควรเปลี่ยนน้ำทุกวัน เพราะถ้านกที่เป็นโรคขี้ลงไปอาจทำให้เป็นที่เพาะเชื้อโรค ถ้านกตัวอื่นกินเข้าไปอาจพากันติดกันหมดทั้งกรงได้

หน้า: 1 [2] 3