For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

New Study Shows Efficacy of Letrozol 2.5 mg Dosage in Breast Cancer Treatment

Letrozol 2.5 mg is a medication that is commonly used in the treatment of breast cancer in postmenopausal women. It belongs to a class of drugs known as aromatase inhibitors, which work by reducing the amount of estrogen produced in the body. Estrogen can promote the growth of certain types of breast cancer cells, so […] Read More

Les cycles de stéroïdes et les inhibiteurs de l’aromatase: un sujet brûlant dans le monde du fitness

Les inhibiteurs de l’aromatase sont des médicaments utilisés dans le traitement du cancer du sein hormonodépendant. Ils agissent en bloquant l’enzyme aromatase, qui est responsable de la conversion des hormones mâles en œstrogènes chez les femmes. Ces médicaments sont principalement prescrits aux femmes ménopausées atteintes d’un cancer du sein positif aux récepteurs hormonaux, c’est-à-dire dont […] Read More

นกหงส์หยก (Budgerigar)

นกหงส์หยก (Budgerigar)

นกหงส์หยก (Budgerigar) เป็นนกที่มีเหล่าเดิมอยู่ที่ทวีปออสเตรเลียโดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลียจะพบ เห็นนกพวกนี้อยู่กันเป็นฝูงใหญ่ ๆในแถบโซนร้อนของประเทศ ชาวออสเตรเลียเรียกนกหงส์หยก ว่า Budgie ( บั๊ดจี้ )ซึ่งเข้าใจว่าเป็นคำย่อมาจากคำว่า Budgerigar ( บั๊ดเจอริการ์ ) ที่เป็นภาษาพื้นเมืองของชาวออสเตรเลียนั่นเอง นกหงส์หยกเป็นนกที่อยู่ในป่าออสเตรเลีย เกาะกลุ่มอาศัยกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่มีสีเขียวอ่อน หรือ สีตองอ่อน มากกว่าสีอื่น ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มสีของนกดั้งเดิมต่อมาได้มีการผสมพันธุ์ได้สีอื่น ๆ แปลกตา เช่นกลุ่มสีฟ้า สีเทา สีม่วง ฯลฯ นอกจากสีธรรมดาดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีอีก 3 ชนิดที่ควรทราบคือ โอแพล์ลิน (Opaline) ชนิดสีนี้มิได้กล่าวเจาะจงว่าเป็นสีใดโดยเฉพาะ แต่จะมีลักษณะเป็น ที่สังเกตุดังนี้ บนคอ ใต้คอ และตรงขอบปีกติดกับไหล่จะไม่มีลายหรือจุด และจะต้องมีสีเหมือนกับ สีของลำตัว สีพื้นของปีก(มีลาย) ก็มีสีประมาณเป็นสีเดียวกับลำตัวเช่นเดียวกัน (นกชนิดธรรมดา ตัวเขียวจะมีหัวเหลือง ใต้คอเหลือง มัจุด 6 จุด และพื้นปีกก็เป็นสีเหลือง) เผือก อัลบิโนส์ (Albinos) ลักษณะที่สังเกตคือ […] Read More

นกฟินซ์ (Goudian Finch)

นกฟินซ์ (Goudian Finch)

นกฟินซ์ (Gouldian Finch) ถิ่นกำเนิดในทวีปออสเตรเลีย ทางตอนเหนือของทวีป เป็นนกพื้นเมือง หากินในทุ่งหญ้า สภาพอากาศร้อน ในตอนกลางวัน อุณหภูมิระหว่าง 15 – 40 องศาเซนเซียส อยู่รวมกันเป็นฝูง ต่อมาได้แพร่หลายไปในทวีปยุโรป และกระจายไปทั่วโลก อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสีสัน ความสวยงาม ที่โดดเด่นในตัวเอง การแยกเพศลูกนกที่ยังไม่เปลี่ยนสีขน หรือนกที่มีอายุ ประมาณ 2 – 3 เดือนนั้น สามารถสังเกตุได้ที่สรีระ เพศผู้รูปร่างจะเรียวยาว และเริ่มโก่งคอผิวปากเป็นจังหวะ ส่วนเพศเมียนั้นรูปร่างจะออกไปทางป้อมๆและตัวเมียจะไม่แสดงอาการโก่งคอผิว ปาก ส่วนนกที่มีอายุมากตั้งแต่ 6 – 7 เดือนก็สามารถดูเพศได้ง่ายขึ้นจากสีขน เพศผู้จะมีสีขนที่มีสีสรรเข้มกว่าเพศเมีย อาหาร อาหาร ของนกเจ็ดสี ส่วนใหญ่จะเป็นเมล็ดพืชขนาดเล็กมีหลายชนิด เช่น มิลเล็ต ข้าวไรน์ ข้าวฟ่างแดง – ดำ เป็นต้น อาหารที่ชอบมากของฟินช์เจ็ดสีก็คือ มิลเล็ตสเปรย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นช่อยาว ผู้เลี้ยงควรนำไปแขวนไว้ภายในกรง เพื่อให้นกได้แทะกินอยู่เสมอ อัตราส่วนของอาหารที่จะผสมให้กับนกกินควรประกอบไปด้วย […] Read More

นกขุนแผน (Oriental Magpie Robin)

นกขุนแผน (Oriental Magpie Robin)

นกขุนแผน (Oriental Magpie Robin) เป็นนกที่มีความสวยงามมาก แต่กลับไม่น่าเชื่อว่าอยู่กลุ่มเดียวกับจำพวกนกอย่างอีกา (ซึ่งมีสีที่สวยต่างกันไปคนละแบบกันเลยค่ะ) มีชื่อสามัญจาก Common ค่ะ นั่นคือ นกกางเขน และนกสาลิกาปากดำ ซึ่งชื่อนนี้ใช้ในการเรียกอีกาในขนาดย่อมๆนั่นเองค่ะ  มีหางยาวเป็นเอกลักษณ์ค่ะ และที่สำคัตัวไม่ได้สีดำและขาวเหมือนนกสาลิกาปากดำนะคะ เป็นนกที่มีสีสันสวยงามคละกันไปค่ะ และยิ่งถ้าหากเป็นนกสาลิกาเขียวและนกขุนแผนละก็สวยงามสะดุดตาและเด่นกวาใครได้อีก คำว่านกขุนแผนนั้นใช้เรียกได้กับนกที่มี 2 กลุ่มค่ะ และยังมีหน้าตาที่ไม่สามารถคล้ายกันได้เลย ทำไปเพื่อไม่ให้สับสนมากมาย และในบางตำรานั้นยังใช้ชื่อที่ยาวมากอย่าง นกขุนช้างขุนแผน ถึงแม้จะมีชื่อที่เรียกกันอีกชื่อว่า นกสาลิกาดง แต่อย่างว่าค่ะ ชื่อนนี้ไม่เหาะสมเท่าไรนัก เพราะนกนี้นั้นจะอยู่ตามป่าที่โล่งๆ แต่นก 2 ชนิดนนี้นั้นกลับพบเจอในป่าลึกที่เรียกว่าป่าดงดิบค่ะ ลักษณะของนกขุนแผนนั้นจะมีแตกต่างกันไปมากมายค่ะเช่นจะมีปากแดงตามชื่อนั่นเองค่ะ และมีหัวสีดำ มีท้ายทอยสีฟ้า และขาสีแดง และหางนั้นเด่นสุดๆค่ะ เพราะยาวมากกว่าลำตัว ตรงปลายขนของปีมีสีขวาหรือดำ สีของนกพวกนนี้อาจจะทำให้สักเกตุยากวว่าเป็นนกพวกเดียวกับอีกา เห็นแบบนี้แล้วน่าเลี้ยงมากเลยใช่ไหมคะ ค่อนอกจากนนี้หากเลี้ยงแล้วก็อย่าลืมที่จะดูแลเค้าให้ดีๆด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายจะยิ่งแย่ลงไปอีก ทางที่ดีอย่าลืมให้อาหารนะคะเดี๋ยวจะตายเอาได้ง่ายๆค่ะ Read More

นกกระตั้ว (Cockatoo)

นกกระตั้ว (Cockatoo)

วีธีการเลือกซื้อนกกระตั้ว          กระตั้วเป็นนกต้องการดูแลความดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี การที่จะเลี้ยงนกกระตั้วเราต้องใช้เวลาทั้งหมดดูแลในแต่ละวันประมาณครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชม. อย่างต่ำที่จะให้เวลาเค้า ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารหรือการทำความสะอาดภาชนะใส่อาหาร และกรงของเค้า รวมถึงการปัดฝุ่นขนของนกกระตั้ว นอกจากนั้นแล้วเสียงร้องของนกกระตั้วที่ดังมากซึ่งสามารถนำมาซึ่งความยุ่งยากให้แก่เจ้าของได้ไม่ว่าจะเป็นการรบกวนคนในบ้านเราที่อาศัยร่วมกัน หรือข้างบ้าน ซึ่งเสียงร้องของนกกระตั่วนั้นสามารถไปรบกวนได้ ยิ่งถ้าพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ หรือคอนโด ควรดูกฏการเลี้ยงสัตว์ของคอนโดหรือในอพาร์ตเมนต์ให้ดีๆ ว่าเค้าอนุญาติให้เราเลี้ยงได้ไหม หรือควรปรึกษาเพื่อนบ้านก่อนที่จะนำนกกระตั้วมาเลี้ยง เพราะนกกระตั้วบางตัวชอบส่งเสียงร้องในเวลากลางคืนด้วย ราคาของลูกนกกระตั้วนั้นจะอยู่ราวๆประมาณ 15,000 ขึ้นไป รวมไปถึงค่าอาหารและค่ายา ตลอดจนอุปกรณ์ที่กรง คอนและอื่นๆ ถ้าแนะนำไม่ควรจะซื้อลูกนกกระตั้ว ที่ยังไม่เจริญเติบโตที่มาเลี้ยงเอง นอกเสียจากว่าจะมีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกนกมาก่อน เพราะป้อนลูกนกกระตั้วไม่เป็นอาจเกิดอันตรายต่อลูกนกกระตั้วได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ป้อนไม่ละลาย หรือไม่อุ่น หรือสลิ้งติดคอ ควรเลือกซื้อนกกระตั้วจากร้านขายสัตว์เลี้ยงหรือฟาร์มผู้เพาะพันธุ์ ควรหาซื้อนกกระตั้วจากร้านหรือฟาร์มผู้เพาะพันธุ์ที่เชื่อถือได้ถ้าจะซื้อในเว็บไซต์ควรตรวจเช็ครายละเอียดของผู้ขายให้ดี ไม่ควรโอนเงินไปโดยไม่ศึกษาคนขายให้ละเอียด เพราะถ้าซื้อกับร้านขายที่น่าเชื่อถือถือฟาร์มที่น่าเชื่อถือจะทำให้ได้ลูกนกที่มีสุขภาพดีและจะได้รับคำแนะนำที่ดีในการเลี้ยงดูลูกนกด้วย การเลือกนกกระตั้วที่มีสุขภาพดี ดูกรงที่เลี้ยง สภาพกรงหรือสถานที่เลี้ยงนก เช่น ถ้วยใส่อาหารที่บูดเน่า น้ำที่ให้นกสกปรก จะบ่งบอกให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่ของคนขายนก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อารมณ์ ตลอดจนอุปนิสัยของลูกนกกระตั้วได้ ดูรูปร่างนก ผู้เลือกซื้อสามารถสังเกตนกกระตั้วได้จากขนที่ขึ้นแล้วของนกว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างไร จะต้องมีขนค่อนข้างสะอาด มีผงแป้งเกาะอยู่ที่ขน โพรงจมูกต้องแห้งและสะอาด หากขนของนกยังไม่ขึ้น ให้สังเกตเดือยแหลมของนก นอกจากนี้สามารถสังเกตได้จากตาและจงอยปากของลูกนก […] Read More

นกกรงหัวจุก (Red-whiskered bulbul)

นกกรงหัวจุก (Red-whiskered bulbul)

นกกรงหัวจุก ชื่อนกมีชื่อว่านกปรอดหัวโขนค่ะ หรือที่บ้านนั้นนั้นเรียกว่านกปรอดหัวจุกนั่นเอง หลายๆคนอาจจะเรียกเค้าว่านกกรงหัวจุก มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Red-whiskered bulbul และมีชื่อทางด้าววิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus jocosus โดยนกพวกนี้อาศัยในที่รวมๆกันและเป็นประเภทเดียวกัน Pycnonotidae ซึ่งทั้งนี้มีด้วยกันทั้งหมดทั้งมวลมี109 ชนิดเลยทีเดียวค่ะ และประเทศเกิดเราเองนั้นพบประมาณ 36 ชนิดค่ะ นกเจ้าพวกนี้เป็นนกที่มีขนาดตัวเล็กเล็กๆ ขนาดที่โตเต็มที่ก็ไม่ใหญ่มากประมาณ 20 เซนติเมตรค่ะ และยังร้องได้ไพเราะเสนาะหูและมีสีสันที่สวยสะดุดตาอีกด้วย ที่คอไปถึงแก้มนั้นจะมีสีขาวๆ และอาจจะมีสีแดงบ้างเป็นเส้นหูลงเลยจนมาถึงอก เหมือนๆกับการแบ่งสีขาวและดำที่มีอยู่ ส่วนหัวละตัวนั้นจะมีสีอยู่รวมกัน เป็นคล้ายๆกับหน่อที่มันตั้งอยู่ที่หัวแล้วก็สูงขึ้นไปอีกจะว่าไปก็เหมือนกับหัวโขนค่ะ ซึ่งจุดนี้นั้นเป็นที่มาของชื่อของเค้านั่นเองค่ะ ส่วนที่ใต้ท้องนั้นจะมีสีขาวๆ นกจำพวกนี้จะอยู่ที่เอเชีย อย่าง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงไปเหนือและเอเชียตะวันออกค่ะ นกนั้นสามารถพบเจอได้บนภูเขาสูง ป่าที่ราบและชายทุ่งหญ้าและเขตที่มีคนน้อยๆอยู่บ้างค่ะ นกประเภทนี้สวย หากใครได้พบเจออาจจะชอบได้ นกจะมีขนที่โผล่มาบนหัวด้วย น่าไปถ่ายรูปเล่นเวลาเจอเลยทีเดียวค่ะ แต่อย่างว่าปล่อยเค้าให้อยู่กับธรรมชาติก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะว่าเรานั้นว่างๆก็ไปเที่ยวไปชมเอาใหม่ได้เหมือนกัน Read More

นกแก้วแอฟริกันเกรย์ (African Grey)

นกแก้วแอฟริกันเกรย์ (African Grey)

นกแก้วแอฟริกันเกรย์ (African Grey) หรือแจ้านกแก้วตัวสีเทานั้นเอง  จัดว่าเป็นนกแก้วที่มีขนาดกลาง เมื่อเทียบกันกับนกแก้วสายพันธ์ใหญ่ๆ เป็นนกที่มีอายุยืน ซึ่งอายุจะอยู่ที่ราวๆ 50 – 60 ปี (หากไม่มีโรค) ประกอบด้วย 2 สายพันธุ์ นกแก้วแอฟริกันเกรย์มีอยู่ 2 ชนิดคือ 1. Congo African Grey Parrot 2. Timneh African Grey Parrot ลักษณะของ  Congo African Grey Parrot Congo African Grey Parrot จะมีลำตัวใหญ่กว่า Timneh African Grey Parrot อยู่ประมาณ 33 เซนติเมตร ที่ปลายของหางจะมีสีแดง นกแก้วชนิดนี้จัดได้ว่าเป็นนกแก้วที่มีความฉลาดมาก มีความสามารถในการเลียนเสียงได้มาก (กล่าวกันว่าสามารถเลียนเสียงได้มากถึง 212 เสียง ตลอดชั่วชีวิต) มีนิสัยร่าเริง ชอบออกกำลังกาย […] Read More

นกเลิฟเบิร์ด (Lovebird)

นกเลิฟเบิร์ด (Lovebird)

ในช่วงแรกปี 1840 นกเลิฟเบิร์ด(Lovebird) เป็นนกสายพันธุ์เดียวกับนกแก้ว (Parrot) จึงมักเรียกว่าเป็น Little Parrot ตามประวัติแล้วชาวแอฟริกาเป็นผู้นำเลิฟเบิร์ด(Lovebird) เข้าไปแพร่หลายในทวีปยุโรป และด้วยเอกลักษณ์ของนกชนิดนี้ก็คือ ชอบอยู่เป็นคู่ และจะดูแลกันและกันเป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของชื่อ “Lovebirds” นั่นเอง ต่อมานกเลิฟเบิร์ดก็แพร่ขยายไปทั่วทั้งในอเมริกาด้วยในศตวรรษที่ 60 เมื่อมีการแพร่ไปมาก จึงเกิดการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ Parrot ก็มีการเรียกชื่อใหม่ ว่าเป็นสายพันธุ์ Agapornis ต่อมา ในช่วงศตวรรษที่ 80 การเลี้ยงนกเลิฟเบิร์ด มีจุดมุ่งหมายก็เพื่อให้ได้สีสันใหม่ๆ ที่สวยงามขึ้น และเป็นการพัฒนาสายพันธุ์ และมีการผสมกับนกสายพันธุ์อื่น ๆ อีกด้วยจนปัจจุบันนกเลิฟเบิร์ด ได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงภายในครอบครัว และเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ นกเลิฟเบิร์ด จัดเป็นนกแก้วชนิดหนึ่งที่มีตัวเล็ก มีหลายสายพันธุ์แยกได้เป็นทั้งหมด 9 ชนิด มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาและหมู่เกาะมาดากัสการ์ มักอยู่รวมกันเป็นฝูง ปัจจุบันคนไทยได้นำนกชนิดนี้มาเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามกันแพร่หลายและสามารถ เพาะขยายพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี, เลิฟเบิร์ดจัดเป็นนกที่มีเสน่ห์, ขี้เล่น จะอยู่กันเป็นคู่ ที่สำคัญ เป็นนกที่มีนิสัยรักเดียวใจเดียวและมีสีสันที่หลากหลาย ในวงการเลี้ยงนกต่างก็ทราบดีว่าเลิฟเบิร์ดขยายพันธุ์ได้ง่ายทำให้เกิดสีใหม่ ๆ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นกเลิฟเบิร์ด(Lovebirds) อายุโดยเฉลี่ยประมาณ […] Read More

Top Mobile Apps
Mobile Apps